ถอดรหัส “จีน” ปราบฝุ่นสำเร็จ ในวันที่ไทยยังวิกฤต

ในขณะที่บ้านเรากำลังเผชิญกับวิกฤตมลพิษทางอากาศ และฝุ่น PM2.5 ที่ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นและย่ำแย่ลงทุกปี จนกระทบทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจอย่างหนัก แต่หากเรามองข้ามพรมแดนไปยังประเทศจีน เรากลับพบภาพที่ต่างออกไป จากประเทศที่เคยขึ้นชื่อว่ามีมลพิษทางอากาศเลวร้ายที่สุดในโลก วันนี้จีนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ‘ฝุ่นปราบได้จริง’ หากมีมาตรการที่เด็ดขาดและต่อเนื่อง จนสามารถเปลี่ยนฟ้าสีเทาให้กลับมาเป็นสีฟ้าสดใสได้ในที่สุด

สำนักสิ่งแวดล้อมกรุงปักกิ่งประกาศชัยชนะครั้งสำคัญ โดยในปี 2025 กรุงปักกิ่งมีวันที่มีมลพิษรุนแรงเพียง 1 วันเท่านั้น (เทียบกับ 58 วันในปี 2013) และมีค่าเฉลี่ย PM2.5 ทั้งปีอยู่ที่ 27.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์

ความสำเร็จของจีนในการแก้ปัญหาอากาศเสีย (Air Pollution) ถูกเรียกขานว่า “War on Pollution” ซึ่งเริ่มต้นอย่างจริงจังในปี 2013 โดยสามารถลดระดับ PM2.5 ในเมืองใหญ่ลงได้มากกว่า 60% ภายในเวลาเพียง 10 ปี เคล็ดลับความสำเร็จนี้คืออะไร เรามาดูกันค่ะ

1. เปลี่ยนตัวชี้วัด

จีนเปลี่ยนวิธีวัดความสำเร็จของเจ้าหน้าที่ จากเป้าหมายทางเศรษฐกิจ เปลี่ยนเป็น “ถ้าแก้ปัญหาฝุ่นในพื้นที่ไม่ได้ ก็สอบไม่ผ่าน” การเอาเรื่องสิ่งแวดล้อมมาเป็นตัวชี้วัดความสามารถ (KPI) ทำให้เกิดการแก้ปัญหาที่จริงจังจากระดับรากหญ้าขึ้นไปถึงระดับบนนั่นเองค่ะ

2. สั่งลาแหล่งพลังงานแบบเก่า

จีนสั่งปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินเก่าๆ และสนับสนุนให้บ้านเรือนเลิกเผาฟืนหรือถ่านหิน หันมาใช้ไฟฟ้าหรือก๊าซธรรมชาติแทน พร้อมกับขึ้นแท่นเป็นผู้นำโลกในการติดตั้งโซลาร์เซลล์และกังหันลม เพราะรู้ดีว่าถ้าต้นกำเนิดสะอาด ปลายทางก็สดใสค่ะ

3. ปฏิวัติการเดินทางสู่ยุค EV

เราเห็นภาพรถเมล์และแท็กซี่ไฟฟ้าวิ่งเต็มเมืองในจีนมานานหลายปีแล้ว นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการอัดฉีดงบประมาณมหาศาลเพื่อสร้าง Ecosystem ของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตั้งแต่เหมืองแร่แบตเตอรี่ไปจนถึงสถานีชาร์จ พร้อมมาตรการกดดันรถน้ำมัน เช่น การจำกัดป้ายทะเบียนและการเก็บภาษีมลพิษที่เข้มงวดค่ะ

4. อุตสาหกรรมสะอาดเท่านั้น

โรงงานอุตสาหกรรมหนักอย่างเหล็กและซีเมนต์ถูกบังคับให้ใช้เทคโนโลยีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Ultra-low Emission หากไม่สามารถทำตามมาตรฐานได้จะถูกสั่งปิดหรือย้ายออกไปไกลจากเขตชุมชนทันที นอกจากนี้ยังใช้ หน่วยข่าวกรองอัจฉริยะ หรือ Big Data และดาวเทียม ในการตรวจจับแหล่งกำเนิดฝุ่นแบบ Real-time หากโรงงานไหนแอบปล่อยควันตอนกลางคืน ระบบจะแจ้งเตือนและส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้ทันทีค่ะ

5. สร้างกำแพงสีเขียว

จีนไม่ได้แค่ลดการปล่อยมลพิษ แต่ยังเพิ่ม “เครื่องฟอกอากาศธรรมชาติ” ด้วยการปลูกป่าหลายพันล้านต้นเพื่อกันฝุ่นละอองจากทะเลทราย และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเมือง ทำให้ระบบนิเวศกลับมาสมดุลอีกครั้ง

ความสำเร็จของจีนบอกเราว่า การแก้ปัญหามลพิษไม่ใช่แค่การขอความร่วมมือ แต่คือการ “ปรับโครงสร้าง” ทั้งระบบ ตั้งแต่พลังงาน การขนส่ง ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เท่าเทียมและโปร่งใสนั่นเองค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก

Air Quality Life Index (AQLI) – University of Chicago (2025)

กระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมจีน (MEE)

International Energy Agency (IEA)