“วาฬ” ช่วยกู้โลกจากภาวะโลกร้อนได้อย่างไร?

หลายคนอาจจะรู้ว่า “ป่าไม้” คือปอดของโลกที่ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่รู้ไหมคะว่าในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ มียักษ์ใหญ่ใจดี อย่าง “วาฬ” ที่ทำหน้าที่กักเก็บคาร์บอนได้ทรงพลังไม่แพ้กันเลยค่ะ

นักวิทยาศาสตร์และนักเศรษฐศาสตร์จาก IMF เคยประเมินไว้ว่า วาฬตัวใหญ่ 1 ตัว มีมูลค่าทางระบบนิเวศสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 70 ล้านบาท) โดยเฉพาะในบทบาทของการเป็นเครื่องดูดซับคาร์บอนเคลื่อนที่

3 กลไกที่วาฬใช้สู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

💩 1. พ่นปุ๋ยสร้างแพลงก์ตอน (The Whale Pump)

วาฬจะกินอาหารในน้ำลึก แต่ขึ้นมาขับถ่ายที่ผิวน้ำ มูลของวาฬอุดมไปด้วย “เหล็กและไนโตรเจน” ซึ่งเป็นสารอาหารหายากที่ช่วยให้ แพลงก์ตอนพืช (Phytoplankton) เติบโต แพลงก์ตอนพืชเหล่านี้เอง ที่เป็นตัวดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ตัวจริงของโลก โดยมากกว่า 40% ของ CO2 ทั่วโลกถูกดูดซับโดยแพลงก์ตอน หากแพลงก์ตอนเพิ่มขึ้น 1% ก็กักเก็บคาร์บอนได้เท่ากับต้นไม้ 2 พันล้านต้นเลยค่ะ

🚚 2. สายพานลำเลียงสารอาหาร (The Whale Conveyor Belt)

เวลาวาฬอพยพเป็นระยะทางหลายพันกิโลเมตร พวกมันไม่ได้เดินทางเปล่าๆ แต่ยังพกพาสารอาหารผ่านปัสสาวะและมูลไปกระจายตามจุดต่างๆ ทั่วโลก เปลี่ยนมหาสมุทรที่เคยแห้งแล้งให้กลายเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่มีประสิทธิภาพ

🦴 3. สุสานใต้ทะเลกักเก็บคาร์บอน (Whale Falls)

ตลอดอายุขัยที่ยาวนาน วาฬสะสมคาร์บอนไว้ในร่างกายมหาศาล โดยเฉลี่ย 33 ตันต่อตัว เมื่อมันตายลงตามธรรมชาติ ซากจะจมลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทร กลายเป็น “คาร์บอนที่ถูกฝังกลบ” ใต้ทะเลลึกนานนับร้อยปี โดยไม่หลุดรอดกลับสู่ชั้นบรรยากาศ

ในศตวรรษที่ 19-20 การล่าวาฬเชิงพาณิชย์ทำให้ประชากรวาฬลดลงอย่างน่าตกใจถึง 66% – 90% ในบางสายพันธุ์นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า จำนวนวาฬลดลงจากประมาณ 4 – 5 ล้านตัว เหลือเพียงประมาณ 1.3 ล้านตัว ในปัจจุบัน

การหายไปของวาฬทำให้อัตราการกักเก็บคาร์บอนในมหาสมุทรลดลงมหาศาล หากเราสามารถฟื้นฟูประชากรให้กลับไปเท่าเดิมได้ จะเท่ากับเรามีเครื่องมือช่วยกำจัดคาร์บอน ได้เพิ่มถึง 1.7 พันล้านตันต่อปี การอนุรักษ์วาฬจึงเป็นการรักษา “เทคโนโลยีทางชีวภาพ” ที่ดีที่สุดที่ธรรมชาติมอบให้เพื่อสู้กับภาวะโลกร้อนค่ะ 🌊

ขอบคุณข้อมูลจาก

รายงาน “Nature’s Solution to Climate Change” โดย IMF (2019)

งานวิจัยจากวารสาร PLOS ONE (2010)