
จากข่าวคราวเรื่องรูโหว่โอโซนที่เคยเป็นวิกฤตระดับโลก วันนี้เรามีข้อมูลล่าสุดที่น่าใจชื้นมากทีเดียวค่ะ เพราะจากการเฝ้าติดตามของ NASA และ NOAA พบว่ารูโหว่โอโซนเหนือทวีปแอนตาร์กติกาในปี 2025 ที่ผ่านมามีขนาดเฉลี่ยเพียง 18.7 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำเป็นอันดับ 5 นับตั้งแต่มีการเริ่มบันทึกในปี 1992
และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือรูโหว่นี้ปิดตัวลงเร็วกว่าค่าเฉลี่ยปกติถึง 21 วัน หรือประมาณ 3 สัปดาห์เลย
ความสำเร็จนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญค่ะ แต่เป็นผลจากการที่คนทั้งโลกช่วยกันลดการใช้สารทำลายโอโซนได้สำเร็จมากกว่า 99% เมื่อเทียบกับยุคก่อนปี 1980 โดยนักวิทยาศาสตร์ได้คาดการณ์การฟื้นตัวที่ชัดเจนออกมาแล้วว่า หากเรายังรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกในแถบละติจูดกลางจะกลับมามีชั้นโอโซนที่สมบูรณ์ภายในปี 2040 ตามมาด้วยแถบอาร์กติกขั้วโลกเหนือในปี 2045 และปิดท้ายด้วยพื้นที่ที่เปราะบางที่สุดอย่างขั้วโลกใต้ที่จะกลับมาคืนสภาพเดิมได้ในปี 2066 ![]()
ตัวเลขเหล่านี้มีความหมายต่อชีวิตเรามากกว่าที่คิดนะคะ เพราะการที่ชั้นโอโซนฟื้นตัวในระดับนี้ช่วยลดจำนวนผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังลงได้หลายล้านคนทั่วโลก และป้องกันไม่ให้พืชพรรณรวมถึงแหล่งอาหารของมนุษย์ถูกทำลายจากรังสี UV ที่รุนแรง
แม้ว่าในช่วงปี 2022-2024 เราจะเจออุปสรรคทางธรรมชาติจากการปะทุของภูเขาไฟฮังกา ตองกา ที่พ่นไอน้ำขึ้นไปกระตุ้นการทำลายโอโซนชั่วคราว แต่กราฟการฟื้นตัวในระยะยาวก็ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างมั่นคง ![]()
บทเรียนจากชั้นโอโซนในวันนี้คือบทพิสูจน์ว่าพลังของความร่วมมือระดับนานาชาตินั้นมีอยู่จริง และตัวเลขความสำเร็จนี้เองที่จะเป็นแรงผลักดันให้เรามีความหวังในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านอื่นๆ ต่อไป เพื่อให้โลกในปี 2066 กลายเป็นโลกที่มีเกราะป้องกันสมบูรณ์แบบสำหรับคนรุ่นหลังอย่างแท้จริงค่ะ ![]()
