ทะเลสาบสำคัญของเคนย่าอย่างทะเลสาบไนวาชา และทะเลสาบวิกตอเรีย ต้องเผชิญกับวิกฤตการรุกรานของ “ผักตบชวา” มายาวนาน พืชน้ำชนิดนี้แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วจนปิดกั้นแสงแดด ออกซิเจนในน้ำลดลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งมีชีวิตใต้น้ำและวิถีชีวิตของชาวประมงท้องถิ่น ขณะเดียวกัน ภาคการเกษตรและชุมชนเมืองของเคนย่าก็กำลังต่อสู้กับปัญหาขยะพลาสติกสังเคราะห์ตกค้างในดินและสิ่งแวดล้อม
โจเซฟ เอ็นกูทิรู (Joseph Nguthiru) วิศวกรชาวเคนย่า ได้มองเห็นจุดเชื่อมโยงของวิกฤตทั้งสองด้าน และริเริ่มนวัตกรรมเปลี่ยนผักตบชวาที่ไร้ค่าให้กลายเป็น พลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ 100% (Biodegradable Plastic) เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ
กระบวนการแปรรูปและเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ชีวภาพ
• การสกัดเซลลูโลสบริสุทธิ์ เก็บเกี่ยวผักตบชวาจากทะเลสาบ นำมาทำความสะอาด ตากแห้ง และผ่านกระบวนการทางเคมีชีวภาพเพื่อสกัดเอาเส้นใยเซลลูโลสที่มีความแข็งแรงสูง
• การขึ้นรูปเป็นไบโอพลาสติก ผสมเซลลูโลสจากผักตบชวาเข้ากับสารยึดเกาะอินทรีย์ธรรมชาติ เพื่อแปรรูปเป็นเม็ดพลาสติกชีวภาพและแผ่นฟิล์มที่มีความยืดหยุ่น เหนียว และทนทาน
• ฟิล์มคลุมดินเพื่อการเกษตร ใช้คลุมแปลงเพาะปลูกเพื่อรักษาความชื้นในดิน ป้องกันวัชพืช และลดการใช้น้ำ โดยจุดเด่นสำคัญคือ เมื่อหมดฤดูกาลเก็บเกี่ยว ฟิล์มนี้จะย่อยสลายกลายเป็นสารอาหารบำรุงดินได้เองโดยไม่ทิ้งสารตกค้างหรือไมโครพลาสติก
คุณค่าทางสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจหมุนเวียน
• ฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ การดึงผักตบชวาปริมาณมหาศาลออกจากทะเลสาบช่วยเปิดทางน้ำ คืนแสงแดดและออกซิเจนให้ระบบนิเวศทางน้ำกลับสู่สมดุล
• ลดขยะพลาสติกตั้งแต่ต้นทาง ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาสามารถทดแทนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและฟิล์มพลาสติกปิโตรเคมีในภาคเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• สร้างงานและพัฒนาชุมชน ก่อให้เกิดห่วงโซ่คุณค่าใหม่ ตั้งแต่การจ้างงานชาวบ้านในการเก็บเกี่ยวผักตบชวา ไปจนถึงการสนับสนุนเกษตรกรด้วยวัสดุการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ผลงานของ โจเซฟ พิสูจน์ให้เห็นว่า การนำวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุมาผสานเข้ากับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ไม่เพียงแต่ช่วยกำจัดวัชพืชที่เป็นภัยคุกคาม แต่ยังสร้างวัสดุแห่งอนาคตที่ช่วยเยียวยาผืนดินและแหล่งน้ำไปพร้อมกันอย่างยั่งยืนค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก HyaPak: hyapak.com
