ตลอดช่วงชีวิต มนุษย์บริโภคทรัพยากร สร้างขยะ และทิ้งคาร์บอนฟุตพริ้นต์ไว้บนโลกอย่างมหาศาล แต่สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือ ช่วงเวลาหลังความตาย ร่างกายและพิธีกรรมอำลาของเราก็ยังคงสร้างภาระให้แก่สิ่งแวดล้อมอย่างเงียบๆ แนวคิด Green Burial หรือการฝังศพเชิงนิเวศจึงกลายเป็นกระแสที่ทั่วโลกเริ่มให้ความสนใจ และหนึ่งในนวัตกรรมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Loop Living Cocoon หรือ “โลงศพเห็ด” นวัตกรรมชีวภาพจากประเทศเนเธอร์แลนด์ค่ะ
อุตสาหกรรมงานศพแบบดั้งเดิมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเผาศพ ที่ต้องใช้พลังงานความร้อนสูง ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 100–160 กิโลกรัมต่อหนึ่งร่าง รวมถึงก๊าซพิษและโลหะหนักอย่างไอปรอทที่หลุดออกจากสารอุดฟัน ส่วนการฝังศพแบบดั้งเดิม โลงไม้เนื้อแข็งต้องแลกมาด้วยการตัดไม้ทำลายป่า เคลือบด้วยสารเคมีและแล็กเกอร์ที่ไม่ย่อยสลาย บางวัฒนธรรมใช้สารฟอร์มาลินฉีดรักษาสภาพศพ ซึ่งรั่วซึมลงสู่ชั้นน้ำบาดาลและหน้าดิน โลงศพและแผ่นคอนกรีตกั้นหลุมศพกลายเป็นสิ่งกีดขวางที่ตัดขาดสารอาหารในร่างกายมนุษย์ไม่ให้กลับคืนสู่ระบบนิเวศ
บ๊อบ เฮนดริกซ์ (Bob Hendrikx) สถาปนิกและนักวิจัยชีวภาพจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟท์ (TU Delft) ผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัป Loop Biotech ได้มองเห็นศักยภาพของ ไมซีเลียม (Mycelium) หรือโครงข่ายเส้นใยใต้ดินของเชื้อรา ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของผืนป่าและย่อยสลายอินทรียวัตถุตามธรรมชาติ Loop Biotech จึงพัฒนาโลงศพขึ้นมา โดยนำเส้นใยไมซีเลียมผสมกับเศษพืชอินทรีย์ที่เหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ใยกัญชง บรรจุลงในแม่พิมพ์ เส้นใยจะถักทอตัวเองเป็นรูปทรงโลงศพภายในเวลาเพียง 7 วัน โดยไม่ต้องใช้ความร้อน แสงแดดจัด หรือพลังงานไฟฟ้า ภายในโลงถูกปูด้วยมอสสดที่ยังมีชีวิต ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและเสริมสร้างบรรยากาศทางชีวภาพ เมื่อนำไปฝังดิน โลงศพไมซีเลียมจะย่อยสลายและผสานเข้ากับเนื้อดินอย่างสมบูรณ์ภายใน 30–45 วัน ปกติแล้วร่างมนุษย์ในโลงแบบดั้งเดิมอาจใช้เวลาเน่าเปื่อยและสลายตัวนานถึง 10–20 ปี แต่เอนไซม์จากไมซีเลียมช่วยเร่งให้ร่างกายคืนสู่ดินได้ภายใน 2–3 ปี
สิ่งที่ทำให้ Loop Living Cocoon โดดเด่นกว่าโลงกระดาษหรือโลงไม้ไผ่ย่อยสลายได้ทั่วไป คือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า การบำบัดทางชีวภาพด้วยเห็ดรา (Mycoremediation) ตลอดหลายสิบปี ร่างกายมนุษย์สะสมสารเคมีตกค้าง ไมโครพลาสติก โลหะหนัก ยารักษาโรค และสารกันบูด เส้นใยไมซีเลียมมีความสามารถพิเศษในการหลั่งเอนไซม์ออกมาย่อยสลายสารพิษเชิงซ้อนเหล่านี้ เปลี่ยนสิ่งแปลกปลอมที่เป็นพิษให้กลายเป็นโมเลกุลสารอาหารที่ปลอดภัย พื้นที่ดินรอบหลุมฝังศพจึงไม่เพียงแค่ไม่ปนเปื้อน แต่ยังอุดมสมบูรณ์ขึ้นจนกลายเป็นพื้นที่ที่พร้อมต่อการงอกงามของพืชพรรณและต้นไม้ใหม่นั่นเอง
ความตายเป็นเรื่องธรรมดาของสิ่งมีชีวิต แต่การเลือกวิธีจากไปที่สอดคล้องกับธรรมชาติคือทางเลือกที่มนุษย์กำหนดได้ นวัตกรรมโลงศพเห็ดอย่าง Loop Living Cocoon ทำให้ความตายไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดของสิ่งมีชีวิตหนึ่ง หากแต่เป็นการเริ่มต้นหล่อเลี้ยงชีวิตใหม่อีกนับล้านในผืนดินค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก Loop Biotech Official : https://loop-biotech.com/
