ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา แม่น้ำทั่วยุโรปถูกดัดแปลงด้วยเขื่อน ฝาย และประตูกั้นน้ำนับล้านจุดเพื่อรองรับการขยายตัวทางอุตสาหกรรม และการเกษตร ทว่าในปัจจุบัน โครงสร้างเหล่านี้จำนวนมากกลายเป็น “สิ่งปลูกสร้างที่หมดประโยชน์และถูกทิ้งร้าง” ซึ่งนอกจากจะไม่ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้ว ยังกลายเป็นกำแพงคอนกรีตที่ตัดขาดวงจรชีวิตของระบบนิเวศน้ำจืดอีกด้วยค่ะ
รายงานประจำปีของเครือข่าย Dam Removal Europe (DRE) และ Wetlands International Europe เปิดเผยตัวเลขหมุดหมายสำคัญ ทั่วยุโรปได้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งกีดขวางทางน้ำออกไปอย่างน้อย 603 แห่ง ครอบคลุม 21 ประเทศ ช่วยปลดปล่อยลำน้ำให้กลับมาไหลอย่างอิสระ รวมระยะทางกว่า 3,740 กิโลเมตร ตัวเลขนี้เติบโตขึ้นกว่า 6 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเริ่มต้นเก็บสถิติในปี 2020
ในมิติการฟื้นฟูระบบนิเวศ การรื้อถอนสิ่งกีดขวางที่ไม่จำเป็นถือเป็น Ecological Quick Win หรือมาตรการทางสิ่งแวดล้อมที่ให้ผลตอบแทนเชิงบวกเร็วที่สุดและคุ้มค่าที่สุดค่ะ
- ฟื้นฟูเส้นทางอพยพของสิ่งมีชีวิตน้ำจืด ในยุโรป มีสัตว์น้ำจืดสายพันธุ์อพยพจำนวนมากที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เนื่องจากการแตกกระจายของถิ่นที่อยู่อาศัย การทลายแนวกั้นช่วยให้ปลา เช่น ปลาแซลมอน และปลาเทราต์ สามารถว่ายขึ้นไปวางไข่ยังต้นน้ำตามสัญชาตญาณธรรมชาติได้อีกครั้ง
- คืนสมดุลการไหลเวียนของตะกอน ฝายและเขื่อนกักเก็บตะกอนและแร่ธาตุไว้เหนือโครงสร้าง ส่งผลให้ท้ายน้ำขาดแคลนสารอาหารและเกิดการกัดเซาะชายฝั่งรุนแรง การปล่อยให้น้ำไหลตามธรรมชาติช่วยนำพาดินตะกอนไปเติมเต็มพื้นที่ชุ่มน้ำและปากแม่น้ำ
- สร้างภูมิคุ้มกันต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ลำน้ำที่ไหลอิสระและเชื่อมต่อกับพื้นที่ชุ่มน้ำตามธรรมชาติมีความสามารถในการซับน้ำหลากและกักเก็บน้ำใต้ดินได้ดีกว่าลำน้ำที่ถูกบีบด้วยโครงสร้างคอนกรีต จึงช่วยบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งและน้ำท่วมฉับพลันได้อย่างยั่งยืน
ส่วนใหญ่ของสิ่งกีดขวางที่ถูกรื้อถอน (กว่า 75%) ไม่ใช่เขื่อนผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ แต่เป็นฝายเก่าและแนวกั้นขนาดเล็กที่มีความสูงไม่เกิน 2 เมตร ซึ่งสร้างความเสียหายทางชีวภาพอย่างเงียบๆ มานานนับศตวรรษ
- สวีเดน (173 แห่ง) ครองอันดับหนึ่งด้านการรื้อถอนโครงสร้างร้างในลำน้ำเขตป่าไม้
- ฟินแลนด์ (143 แห่ง) เดินหน้าฟื้นฟูแก่งน้ำธรรมชาติและเส้นทางวางไข่ของปลาอย่างต่อเนื่อง
- สเปน (109 แห่ง) มุ่งเน้นการจัดการฝายชลประทานเก่าที่ไม่มีผู้รับประโยชน์เพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำในเขตแห้งแล้ง
- นอร์ทมาซิโดเนีย และ ไอซ์แลนด์ มีการบันทึกการรื้อถอนสิ่งกีดขวางทางน้ำเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยนอร์ทมาซิโดเนียได้ทลายแนวกั้น Shuplji-Kamen บนแม่น้ำ Pčinja ที่ปิดกั้นการเดินทางของสิ่งมีชีวิตในน้ำมานานกว่า 70 ปี
การขับเคลื่อนครั้งนี้สอดรับโดยตรงกับ กฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูธรรมชาติของสหภาพยุโรป (EU Nature Restoration Law) ซึ่งตั้งเป้าฟื้นฟูแม่น้ำในยุโรปอย่างน้อย 25,000 กิโลเมตร ให้กลับสู่สภาวะไหลอิสระภายในปี 2030
อย่างไรก็ดี ยุโรปยังคงมีสิ่งกีดขวางทางน้ำอยู่มากกว่า 1.2 ล้านแห่ง และมีไม่ต่ำกว่า 150,000 แห่งที่จัดเป็นโครงสร้างร้าง การทลายสิ่งกีดขวางกว่า 600 แห่งนี้สะท้อนกระบวนทัศน์ใหม่ด้านการจัดการน้ำของโลก ว่าการอยู่รอดของมนุษย์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสร้างคอนกรีตขึ้นมาควบคุมธรรมชาติ แต่ขึ้นอยู่กับการกล้าที่จะ “รื้อถอน” สิ่งกีดขวาง เพื่อคืนพื้นที่และสิทธิให้สายน้ำได้ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงระบบนิเวศตามธรรมชาติอย่างแท้จริงค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก Dam Removal Europe (DRE) & World Fish Migration Foundation: Dam Removal Progress Report: Reconnecting Rivers in Europe
