ในแต่ละวัน ทั่วโลกทิ้งกากกาแฟมหาศาลลงสู่หลุมฝังกลบจนกลายเป็นแหล่งปล่อยก๊าซมีเทน ขณะเดียวกัน พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยเฉพาะโฟมกันกระแทก ยังคงตกค้างในสิ่งแวดล้อมนานนับร้อยปี ทว่า PermaFungi สตาร์ทอัปเพื่อสังคมจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ได้มองเห็นทางออกของวิกฤตทั้งสองผ่านวงจรธรรมชาติ ด้วยการจับคู่ “กากกาแฟ” และ “เส้นใยเห็ดรา” เข้าด้วยกัน
PermaFungi ก่อตั้งขึ้นบนแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในระดับเมือง โดยเริ่มจากการปั่นจักรยานไปรวบรวมกากกาแฟเหลือทิ้งจากคาเฟ่และร้านอาหารทั่วกรุงบรัสเซลส์ เพื่อนำมาใช้เป็นวัสดุปลูกเห็ดออร์แกนิกจำหน่ายให้ชุมชน อย่างไรก็ตาม ปลายทางไม่ได้หยุดอยู่แค่อาหาร เพราะเมื่อเก็บเกี่ยวเห็ดหมดแล้ว กากกาแฟที่เหลือจะเต็มไปด้วย ไมซีเลียม (Mycelium) หรือโครงข่ายเส้นใยราใต้ดิน ทีมงานจึงนำกากอินทรีย์ที่อุดมด้วยเส้นใยนี้ไปขึ้นรูปในแม่พิมพ์ เส้นใยราจะกินเศษอินทรีย์และถักทอโครงสร้างจนแน่นหนา จากนั้นจึงนำไปผ่านความร้อนเพื่อหยุดการเจริญเติบโต ผลลัพธ์ที่ได้คือวัสดุชีวภาพที่มีคุณสมบัติทนทาน น้ำหนักเบา กันกระแทก กันไฟ และสามารถนำมาใช้ทดแทนโฟมสังเคราะห์ได้อย่างสมบูรณ์ค่ะ
คุณสมบัติเด่นของบรรจุภัณฑ์จากไมซีเลียม
- ย่อยสลายได้ 100% ตามธรรมชาติ สามารถทิ้งลงถังหมักปุ๋ยในบ้าน และย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยบำรุงดินภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์
- ลด Carbon Footprint มหาศาล กระบวนการเพาะเติบโตใช้อุณหภูมิห้อง ใช้พลังงานต่ำมากเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ผลิตพลาสติก
- แก้ปัญหาขยะแบบคูณสอง กำจัดขยะอินทรีย์ในเมืองไปพร้อมกับการตัดวงจรขยะบรรจุภัณฑ์สังเคราะห์
อนาคตของการออกแบบวัสดุอาจไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีสังเคราะห์เสมอไป แต่อยู่ที่การทำความเข้าใจธรรมชาติ แล้วเปลี่ยน “ของเสีย” ให้กลายเป็น “วัตถุดิบมูลค่าสูง” เพื่อขับเคลื่อนเมืองคาร์บอนต่ำอย่างแท้จริงค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก PermaFungi Official Project & Impact Reports (permafungi.be)
