ในหมู่บ้านปามูฮี (Pamohi) รัฐอัสสัม ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย มีโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ทุกวันจันทร์ นักเรียนทุกคนจะต้องแบกถุงใส่ “ขยะพลาสติกแห้ง” มาโรงเรียนแทนเงินสด เพื่อแลกกับสิทธิ์ในการเข้าเรียนฟรี โรงเรียนแห่งนี้มีชื่อว่า Akshar Foundation ก่อตั้งโดย Mazin Mukhtar อดีตวิศวกรการบินและอวกาศชาวอเมริกัน และ Parmita Sarma นักเคลื่อนไหวด้านการศึกษาชาวอินเดียค่ะ
ย้อนกลับไปก่อนที่โครงการนี้จะเริ่มต้นขึ้น ชุมชนปามูฮี ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ทำอาชีพใช้แรงงานในเหมืองหินใกล้เคียง พ่อแม่จำนวนมากไม่มีเงินส่งลูกเรียน จึงดึงเด็กวัยประถมออกจากระบบเพื่อไปทุบหินหาเงินมาจุนเจือปากท้อง ขณะเดียวกันในมิติสิ่งแวดล้อม ชุมชนไม่มีระบบเก็บขยะของเทศบาล เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวที่อากาศเย็นจัด ชาวบ้านจึงนำขยะพลาสติกที่มีอยู่เกลื่อนกลาดมาสุมไฟเผาเพื่อให้ความอบอุ่น ควันพิษสีดำที่อบอวลไปด้วยสารก่อมะเร็งลอยคลุ้งเข้าไปถึงห้องเรียน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบทางเดินหายใจของเด็กๆ
ผู้ก่อตั้งโรงเรียนตระหนักดีว่า การขอรับบริจาคเงินหรือการขอร้องให้หยุดเผาขยะแบบเดิมๆ ไม่อาจเปลี่ยนพฤติกรรมของคนที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดวันต่อวันได้ จึงผูกปัญหาสองด้านนี้เข้าด้วยกันเป็นข้อตกลงใหม่ หากต้องการให้ลูกได้เรียนฟรี ผู้ปกครองต้องทำพันธสัญญาว่าจะเลิกเผาขยะพลาสติก และต้องให้เด็กๆ เก็บขยะพลาสติกจากครัวเรือนและละแวกบ้านคนละ 10–20 ชิ้นต่อสัปดาห์มาส่งที่โรงเรียน
ขยะพลาสติกที่เด็กๆ นำมาไม่ได้ถูกส่งไปทิ้งที่หลุมขยะ แต่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวิชาเรียน นักเรียนจะช่วยกันคัดแยก ล้าง ทำความสะอาด และนำพลาสติกเหล่านั้นมาอัดแน่นลงในขวดน้ำพลาสติกใช้แล้วจนกลายเป็น “อิฐขยะ” (Eco-Bricks) ซึ่งมีความแข็งแรงทนทานพอที่จะนำไปใช้สร้างทางเดิน กระถางต้นไม้ ที่นั่งกลางแจ้ง ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานขนาดย่อมในโรงเรียน ส่วนพลาสติกที่ไม่สามารถนำมาทำอิฐได้จะถูกรวบรวมส่งเข้าโรงงานรีไซเคิลอย่างถูกวิธี
นอกจากนี้ โรงเรียนยังแก้ปัญหาแรงงานเด็กด้วยระบบ “นักเรียนช่วยสอน” (Peer-to-Peer Teaching) โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนรุ่นพี่ทำหน้าที่ติวเตอร์สอนหนังสือให้น้องๆ และได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินจริงหรือโทเค็นการศึกษา ซึ่งสามารถนำไปซื้ออาหารแห้ง เสื้อผ้า และของใช้จำเป็น ช่วยทดแทนรายได้ที่เด็กต้องไปทำงานในเหมืองหิน ทำให้ผู้ปกครองยินยอมให้ลูกเรียนต่อจนจบการศึกษาภาคบังคับ
โมเดลของ Akshar Foundation เปลี่ยนขยะพลาสติกที่เคยไร้ค่าและก่อให้เกิดมลพิษถูกแปรสภาพเป็น “สกุลเงินทางการศึกษา” ช่วยลดมลพิษทางอากาศ คืนอากาศบริสุทธิ์ให้ชุมชน และเปิดประตูแห่งโอกาสให้เด็กด้อยโอกาสนับร้อยชีวิตได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่านวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง หากแต่อยู่ที่การมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างลึกซึ้งค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก aksharfoundation.org
