ปฏิเสธไม่ได้ว่าแม่น้ำและลำคลองคือเส้นทางหลักที่พัดพาขยะพลาสติกจากแผ่นดินลงสู่มหาสมุทรทั่วโลก ทว่าการสร้างเขื่อน ดักตาข่าย หรือวางทุ่นลอยแบบดั้งเดิมมักเผชิญข้อจำกัดใหญ่ ทั้งการกีดขวางเส้นทางคมนาคมทางน้ำ และความเสี่ยงที่สิ่งมีชีวิตใต้ผืนน้ำจะติดกับดักจนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมสัญชาติเนเธอร์แลนด์อย่าง The Great Bubble Barrier จึงนำหลักชลศาสตร์และฟิสิกส์สายน้ำมาพัฒนาทางออกที่ทั้งชาญฉลาดและไม่รบกวนธรรมชาติ ด้วยการสร้าง “ม่านฟองอากาศกักขยะ” ที่ช่วยสกัดกั้นเศษพลาสติกได้ตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ
ระบบของ The Great Bubble Barrier ติดตั้งท่อที่มีรูพรุนวางพาดผ่านก้นแม่น้ำใน แนวทแยงมุม จากนั้นใช้เครื่องอัดอากาศส่งแรงดันลงสู่ท่อจนเกิดม่านฟองก๊าซพวยพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างต่อเนื่อง
- ยกระดับขยะขึ้นผิวน้ำ ม่านฟองอากาศทำให้เกิดกระแสน้ำพัดวนในแนวดิ่ง (Upward water current) ผลักดันเศษขยะพลาสติกที่ลอยอยู่กลางน้ำและจมอยู่ใต้น้ำให้ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ
- ผันขยะเข้าจุดรวม ด้วยการวางท่อทำมุมเฉียงกับทิศทางน้ำ ม่านฟองอากาศจะอาศัยแรงไหลตามธรรมชาติของกระแสน้ำ ผลักขยะให้เคลื่อนที่ไปตามแนวทแยงเข้าสู่ระบบดักเก็บ (Catchment system) บริเวณริมฝั่งแม่น้ำ เพื่อนำไปคัดแยกและรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ
- ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุใหญ่ถึงเศษจิ๋ว ระบบนี้สามารถดักจับขยะพลาสติกที่มีขนาดเล็กได้ถึง 1 มิลลิเมตร ซึ่งช่วยตัดวงจรการแตกตัวเป็นไมโครพลาสติกในทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สิ่งที่ทำให้ The Great Bubble Barrier ได้รับการยอมรับในระดับสากล คือความสามารถในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยไม่สร้างผลกระทบข้างเคียง
- ไม่ขัดขวางการคมนาคมทางน้ำ เนื่องจากไม่มีโครงสร้างหรือตาข่ายขวางลำน้ำ เรือโดยสารและเรือขนส่งสินค้าจึงสามารถแล่นผ่านแนวม่านฟองอากาศได้ตามปกติ
- ปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิต ปลา สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสิ่งมีชีวิตใต้น้ำสามารถว่ายทะลุม่านฟองอากาศได้อย่างอิสระโดยไม่เกิดการบาดเจ็บหรือติดตาข่าย
- เพิ่มออกซิเจนในแหล่งน้ำ ฟองอากาศที่ถูกปล่อยจากก้นแม่น้ำช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ (Dissolved Oxygen) ซึ่งช่วยฟื้นฟูสภาพน้ำและชะลอการเจริญเติบโตของสาหร่ายที่เป็นพิษ
The Great Bubble Barrier ได้พิสูจน์ประสิทธิภาพผ่านการใช้งานจริงในคลองของกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยสามารถดักจับขยะพลาสติกได้มากถึง 86% ของขยะที่ไหลผ่าน และได้ขยายโครงการไปยังแม่น้ำสายอื่นๆ ในทวีปยุโรป เช่น โปรตุเกสและเยอรมนี
การรับมือกับวิกฤตพลาสติกในระดับโลกไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ทำลายทัศนียภาพหรือรบกวนระบบนิเวศ แต่สามารถออกแบบให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตเมืองและธรรมชาติได้อย่างลงตัวค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก The Great Bubble Barrier: Technology & Impact Report, Amsterdam, The Netherlands. https://thegreatbubblebarrier.com/
