ในขณะที่เพื่อนบ้านกำลังขะมักเขม้นกับการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย และตัดแต่งสนามหญ้าให้เขียวขจี ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่เลือกจะปล่อยให้สนามหญ้าของพวกเค้า แห้ง กรอบ และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล จนได้รับรางวัลระดับโลกอย่าง สนามหญ้าที่น่าเกลียดที่สุด (The World’s Ugliest Lawn) ค่ะ
สนามหญ้าที่น่าเกลียดที่สุดช่วยโลกได้อย่างไร
รางวัลนี้มีจุดเริ่มต้นที่จริงจังจากเทศบาลก็อตแลนด์ (Gotland) ในประเทศสวีเดน เมื่อปี 2022 เกาะแห่งนี้ต้องเผชิญกับวิกฤตภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำอย่างหนัก ทางเทศบาลจึงผุดไอเดีย เชิญชวนให้ชาวเมืองถ่ายรูปสนามหญ้าที่ “แห้งเหี่ยวและดูแย่ที่สุด” มาประกวดกัน เพื่อรณรงค์ให้คนหยุดใช้น้ำประปาไปรดน้ำหญ้าเพียงเพื่อความสวยงาม ผลลัพธ์ที่ได้น่าทึ่งมาก เพราะแคมเปญนี้ช่วยลดการใช้น้ำในครัวเรือนบนเกาะลงได้ถึง 5% ในปีแรก และลดลงอย่างต่อเนื่องจนทำสถิติต่ำสุดในปี 2023 รางวัลนี้ได้ขยายวงกว้างจนกลายเป็นระดับโลก
แชมป์ประจำปี 2025 (ประกาศผลเมื่อมกราคม 2026) ตกเป็นของ จาร์โน คูน (Jarno Coone) จากประเทศออสเตรเลีย โดยสนามหญ้าของเขาเต็มไปด้วยหญ้าแห้งสีน้ำตาล วัชพืชที่ขึ้นตามธรรมชาติ และมีต้นกระบองเพชร ซึ่งเป็นมรดกจากคุณยายตั้งเด่นอยู่ จาร์โนเชื่อเรื่องการอยู่อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ “ผมชอบธรรมชาติ มากกว่าชอบการทำสวน” เขาต้องการประหยัดน้ำและสร้างระบบนิเวศที่แมลงและสัตว์ท้องถิ่นอยู่ได้จริงๆ
ผู้ชนะรางวัลนี้จะไม่ได้รับเงินรางวัลมหาศาล แต่จะได้รับเสื้อยืดมือสอง ที่สกรีนข้อความว่า “เจ้าของสนามหญ้าที่น่าเกลียดที่สุดในโลกผู้ภาคภูมิใจ” – “Proud Owner of the World’s Ugliest Lawn”
การรักษาสนามหญ้าให้เขียวตลอดปีเป็นกิจกรรมที่สิ้นเปลืองทรัพยากรอย่างมหาศาล โดยในบางประเทศ การรดน้ำสวนคิดเป็น 30-60% ของการใช้น้ำในครัวเรือน แคมเปญนี้จึงช่วยเปลี่ยนค่านิยมจากการมีหญ้าเขียวมาเป็นหญ้าสีน้ำตาลตามฤดูกาล อีกทั้งเมื่อสนามหญ้าที่ปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ หรือการปลูกพืชพื้นถิ่นที่ทนแล้ง จะกลายเป็นบ้านและแหล่งอาหารของแมลงและนกนานาชนิด มากกว่าสนามหญ้าเขียวเรียบที่ถูกตัดแต่งอยู่เสมอ และช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบนิเวศดินและน้ำบาดาลค่ะ
การพยายามรักษาความเขียวขจีในพื้นที่แล้งคือการฝืนธรรมชาติ การยอมรับ ความงามในความแห้ง คือก้าวแรกของการปรับตัวที่ยั่งยืนค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก www.theguardian.com
