สิงคโปร์กลายเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้ระบบมัดจำขวด Deposit Return Scheme (DRS) อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มอัตราการรีไซเคิลขวดพลาสติกและกระป๋องเครื่องดื่มให้ได้ถึง 80% ภายในปี 2028 ค่ะ
ประเทศแรกในอาเซียนที่ใช้ระบบมัดจำขวด
เมื่อผู้บริโภคซื้อเครื่องดื่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกหรือโลหะ จะต้องจ่ายค่ามัดจำเพิ่ม 10 เซนต์ (ประมาณ 2.70 บาท) ต่อหนึ่งบรรจุภัณฑ์ โดยเงินจำนวนนี้จะได้รับคืนเต็มจำนวนเมื่อนำขวดหรือกระป๋องเปล่าไปคืนที่จุดรับคืนทั่วประเทศ โดยครอบคลุมเครื่องดื่มเกือบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น น้ำเปล่า น้ำอัดลม เบียร์ หรือนมบรรจุขวด ที่เป็นวัสดุประเภทพลาสติก PET / PP หรือ โลหะ และต้องมีเครื่องหมาย “Deposit Mark” และบาร์โค้ดที่ชัดเจนค่ะ
ระบบมัดจำขวด เริ่มใช้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา โดยมีการติดตั้งตู้รับคืนอัตโนมัติที่เรียกว่า Reverse Vending Machines (RVMs) กว่า 350 ตู้ในช่วงเริ่มต้น และจะขยายเป็น 1,000 จุด ตามห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ หลังจากใส่ขวดที่ถูกต้องลงไป สามารถรับเงินคืนแบบดิจิทัลผ่านบัตร EZ-Link, NETS FlashPay หรือแอปพลิเคชันชำระเงินตามที่กำหนด
ในตอนนี้ระบบมัดจำขวดอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้สินค้าเก่าที่ไม่มีสัญลักษณ์มัดจำค่อยๆ หมดจากตลาด ก่อนจะเข้าสู่ระบบเต็มรูปแบบ 100% ในเดือนตุลาคม 2026 นี้ โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดขยะที่ต้องส่งไปยังหลุมฝังกลบ Semakau ที่ใกล้จะเต็ม แต่ยังเป็นการสร้างนิสัย “การแยกขยะที่ต้นทาง” ให้กับประชาชน ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่สิงคโปร์พยายามผลักดันอย่างหนักในปัจจุบันค่ะ
