banner สุสานขยะอิเล็กทรอนิกส์

E-Waste แอฟริกากับวิกฤตสุสานขยะอิเล็กทรอนิกส์

มัจจุราชสีดำใต้ควันพิษ เมื่อแอฟริกากลายเป็น ‘สุสานขยะอิเล็กทรอนิกส์’ ของโลก

ในทุกๆ วัน ควันดำหนาทึบและกลิ่นเหม็นไหม้ของพลาสติกจะพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในชุมชน แอคบ็อกโบลชี (Agbogbloshie) เมืองอักครา ประเทศการ์นา รวมถึงอีกหลายพื้นที่ในแอฟริกาตะวันตก เช่น ไนจีเรีย และแทนซาเนีย พื้นที่เหล่านี้ได้กลายเป็นสุสานขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่ซึ่งผู้คนจำต้องแลกสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเพื่อแลกกับเศษเงินจากการเผาขยะหาโลหะมีค่า

โดยจุดเริ่มต้นมาจากขยะจากฝั่งตะวันตกสู่อุตสาหกรรมนอกระบบ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใช้แล้วหลายร้อยล้านตันจากประเทศพัฒนาแล้วในยุโรปและอเมริกาเหนือ ถูกส่งออกมายังทวีปแอฟริกาในคราบของ “สินค้ามือสอง” หรือ “ของบริจาค” ทว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นขยะที่ใช้งานไม่ได้และไม่สามารถซ่อมแซมได้อีกต่อไป

เมื่อขาดระบบจัดการและกฎหมายที่เข้มงวด ขยะเหล่านี้จึงหลุดเข้าสู่อุตสาหกรรมรีไซเคิลนอกระบบ ที่มีแรงงานท้องถิ่น รวมถึงเด็กและเยาวชน เข้ามาขุดค้น คัดแยก และสกัดหาโลหะมูลค่าสูง เช่น ทองแดง ทองคำ เงิน และอลูมิเนียม

เนื่องจากขาดแคลนเครื่องมือจักรกลที่ทันสมัย วิธีการสกัดที่ง่ายและถูกที่สุดคือ “การเปิดเผา” (Open Burning) การสกัดทองแดง แรงงานจะนำสายไฟและสายเคเบิลมากองรวมกัน นำยางรถยนต์เก่ามาเป็นเชื้อเพลิง แล้วเผาเพื่อลอกฉนวนพลาสติกที่หุ้มออก ให้เหลือเพียงเส้นทองแดงบริสุทธิ์ ส่วนการสกัดทองคำและโลหะในแผงวงจร มีการใช้กรดไนตริก ความร้อน หรือสารปรอทในการกัดกร่อนและแยกโลหะออกจากแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์

กระบวนการเผาลักษณะนี้ปล่อยสารเคมีอันตรายและโลหะหนักกระจายสู่ธรรมชาติอย่างรุนแรงค่ะ ไม่ว่าจะเป็น

🔻 มลพิษทางอากาศ การเผาพลาสติก PVC และยางปล่อยสารไดออกซิน (Dioxins), ฟูแรน (Furans) และฝุ่น PM2.5 ที่ปนเปื้อนสารตะกั่ว ควันพิษเหล่านี้ถูกสูดดมโดยตรง ส่งผลให้แรงงานและชาวบ้านในพื้นที่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ มะเร็ง และความผิดปกติทางประสาท

🔻 การปนเปื้อนในดินและแหล่งน้ำ ขี้เถ้าจากการเผาและสารเคมีหลงเหลือซึมลงสู่ใต้ดิน การตรวจวัดพบตะกั่ว แคดเมียม สารหนู และปรอทในดินสูงกว่าค่ามาตรฐานความปลอดภัยสากลหลายพันเท่า เมื่อฝนตก สารพิษเหล่านี้จะชะล้างลงสู่น้ำแม่น้ำและทะเลสาบข้างเคียง

🔻 ห่วงโซ่อาหารปนเปื้อน ปศุสัตว์ เช่น สัตว์ปีก สุกร และโค กระบือ ที่เลี้ยงในบริเวณใกล้เคียง กินอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน งานวิจัยพบว่าไข่ไก่ในบริเวณ Agbogbloshie มีระดับสารไดออกซินและสารเคมีตกค้างยาวนานสูงจนน่าตกใจ ส่งผลกระทบตรงถึงผู้บริโภคในวงกว้าง

แม้หลายฝ่ายจะพยายามผลักดันทางออก เช่น การสนับสนุนเครื่องปอกสายไฟที่ไม่ต้องใช้ความร้อน หรือการกวาดล้างพื้นที่รบกวนสิ่งแวดล้อม แต่ตราบใดที่วงจรความยากจนยังไม่ถูกแก้ไข และประเทศต้นทางยังคงส่งออกขยะอันตรายอย่างผิดกฎหมาย การเผาขยะอิเล็กทรอนิกส์เพื่อปากท้องก็ยังคงเป็นวงจรอุบาทว์ที่บั่นทอนทั้งสุขภาพและผืนดินแอฟริกาอย่างต่อเนื่องค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก The Guardian / BBC News “Agbogbloshie: The world’s biggest e-waste dump”