banner Toxic Tofu

“Toxic Tofu” จากขยะพลาสติกข้ามชาติ สู่เตาต้มเต้าหู้พิษในอินโดนีเซีย

ถ้าพูดถึง “เต้าหู้” หลายคนคงนึกถึงอาหารคลีน โปรตีนสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในบางพื้นที่ของประเทศอินโดนีเซีย โดยเฉพาะที่หมู่บ้าน โทรโปโด (Tropodo) ในจังหวัดชวาตะวันออก เต้าหู้กลับกลายเป็นต้นตอของวิกฤตมลพิษทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่รุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย

ในหมู่บ้านแห่งนี้มีโรงงานและครัวผลิตเต้าหู้รายย่อยนับสิบแห่งที่ต้องต้มถั่วเหลืองและนึ่งเต้าหู้ส่งขายวันละหลายสิบตัน แต่แทนที่จะใช้ฟาง ไม้ หรือก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง เจ้าของโรงงานกลับหันมาใช้ “ขยะพลาสติก” ต้มเต้าหู้แทนค่ะ

เหตุผลสั้นๆ คือ การประหยัดต้นทุน ขยะพลาสติก 1 รถบรรทุกมีราคาเพียง $9–13 ในขณะที่ไม้ในปริมาณความร้อนเท่ากันมีราคาสูงถึง $130 USD หรือแพงกว่าเกือบ 10 เท่า ขยะเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเศษพลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ ซึ่งปะปนมากับตู้คอนเทนเนอร์กระดาษรีไซเคิลจากประเทศพัฒนาแล้ว (เช่น สหรัฐอเมริกา, สหภาพยุโรป, ออสเตรเลีย) ที่ส่งเข้ามาในอินโดนีเซีย

การเผาพลาสติกในเตาเปิดไร้ระบบกรอง ปลดปล่อยสารเคมีอันตรายเข้มข้นสูงออกสู่ชุมชนทุกวัน โดยมี

  1. สารไดออกซิน (Dioxins) สูงติดอันดับโลก ผลการตรวจไข่ไก่เลี้ยงปล่อยในหมู่บ้านโทรโปโดโดยกลุ่มวิจัยสิ่งแวดล้อม IPEN พบปริมาณสารไดออกซินสูงเป็น อันดับ 2 ของเอเชีย (เป็นรองเพียงพื้นที่ปนเปื้อนสารพิษ Agent Orange จากสงครามเวียดนามเท่านั้น) การกินไข่ไก่ในหมู่บ้านเพียง 1 ฟอง อาจได้รับสารไดออกซินเกินค่าความปลอดภัยต่อวันสูงถึง 25–70 เท่า
  2. สารเคมีตกค้าง PFAS & PCBs ไอพิษและเขม่าควันไม่ได้อยู่แค่ในอากาศ แต่ตกสะสมลงในดิน แหล่งน้ำ และห่วงโซ่อาหาร ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่ำ และระบบฮอร์โมนผิดปกติ
  3. ฝุ่นพิษ PM2.5 และไมโครพลาสติก ชาวบ้านและคนงานต้องสูดดมฝุ่นพิษเข้มข้นสูงกว่ามาตรฐาน WHO ถึง 10–35 เท่า ทำให้เด็กและผู้สูงอายุในพื้นที่ป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจเรื้อรังกันแทบทุกครัวเรือน

แม้อินโดนีเซียจะมีกฎหมายห้ามเผาขยะในที่โล่ง แต่การบังคับใช้ในระดับท้องถิ่นเป็นไปได้ยาก เพราะอุตสาหกรรมเต้าหู้คือสิ่งค้ำจุนปากท้องและรายได้ของคนในชุมชน ทางออกที่ยั่งยืนจึงไม่ใช่แค่การสั่งปิดโรงงาน แต่เป็นการที่รัฐบาลต้องเข้ามาราคาอุดหนุน “พลังงานสะอาด” เช่น ก๊าซชีวภาพหรือชีวมวล ให้โรงงานรายย่อยสามารถเข้าถึงได้ ในขณะเดียวกัน ชาติพัฒนาแล้วก็ต้องหยุดส่งออกขยะพลาสติกปนเปื้อนมายังประเทศกำลังพัฒนาภายใต้ข้ออ้างของการ “รีไซเคิล” ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก รายงานการวิจัยของ IPEN และ ECOTON (ปี 2019) “Plastic Waste Poisons Indonesia’s Food Chain”