ที่ ทูบิงเกน (Tübingen) เมืองมหาวิทยาลัยเล็กๆ สุดน่ารักในเยอรมนี มีเป้าหมายที่ชัดเจนมากคือ “การกำจัดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งให้หมดไปจากเมือง” จึงได้ออกนโยบายหักดิบ คือ หากต้องการใช้ พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง ต้องจ่ายเพิ่ม และเป็นกฎหมายที่บังคับใช้จริงมาตั้งแต่ปี 2022 ค่ะ
การประกาศเก็บภาษีบรรจุภัณฑ์พลาสติก
วิธีการคือประกาศเก็บภาษีบรรจุภัณฑ์พลาสติก (Packaging Tax) กับร้านอาหาร ร้านกาแฟ และคาเฟ่ทุกแห่งในเมือง โดยมีอัตรา 0.50 ยูโร (ประมาณ 19-20 บาท) สำหรับบรรจุภัณฑ์ใส่อาหารทุกชิ้น (เช่น กล่องโฟม กล่องพลาสติก) และ 0.20 ยูโร (ประมาณ 8 บาท) สำหรับแก้วน้ำ หลอด และช้อนส้อมพลาสติก
หมายความว่าถ้าสั่งเบอร์เกอร์ 1 ชิ้นพร้อมน้ำอัดลม 1 แก้วแบบห่อกลับบ้าน จะต้องจ่ายเงินเพิ่มทันทีเกือบ 30 บาทเป็นค่าภาษีขยะ และมันได้ผลอย่างน่าทึ่งค่ะ
ในช่วงแรก นโยบายนี้เจอกระแสต่อต้านและเสียงบ่น แม้กระทั่งแฟรนไชส์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง แมคโดนัลส์ ยังเคยฟ้องร้องคัดค้านกฎหมายนี้ แต่เมืองทูบิงเกน ไม่ยอมถอย เมื่อเวลาผ่านไป พฤติกรรมของคนในเมืองก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดย
• ปริมาณขยะพลาสติกในถังขยะสาธารณะลดลงอย่างเห็นได้ชัดทันทีในเดือนแรกๆ
• ร้านค้าหันมาใช้ภาชนะที่ล้างแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยให้ลูกค้าจ่ายเงินมัดจำแก้ว/กล่อง เมื่อทานเสร็จนำมาคืนก็จะได้เงินคืนไป
• ชาวเมืองและนักศึกษากลายเป็นกลุ่มคนที่พกแก้วกาแฟและกล่องข้าวส่วนตัวติดตัวจนเป็นไลฟ์สไตล์ปกติ
“ผู้คนเริ่มตระหนักว่า ความสะดวกสบายเพียงไม่กี่นาทีจากการใช้พลาสติกทิ้งขว้าง มันมีราคาที่ต้องจ่าย และราคาเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ก็คุ้มค่ามาก”
พลังของนโยบายและการบังคับใช้จริง สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว จากเดิมที่การรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมมักขอความร่วมมือแบบสมัครใจ ซึ่งต้องใช้เวลานานและได้ผลช้า เมื่อต้นทุนของการทำลายสิ่งแวดล้อมถูกผลักกลับไปที่ผู้สร้างขยะ กลไกตลาดจะบังคับให้ทุกคนมองหาทางเลือกที่เป็นมิตรต่อโลกโดยอัตโนมัติ เมืองปลอดขยะ single-use พลาสติกไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน มันทำได้จริง ขอแค่มีความกล้าหาญมากพอที่จะเริ่มลงมือทำค่ะ🌱
