banner Ice Stupa เจดีย์น้ำแข็งกู้ภัยแล้งแห่งเทือกเขาหิมาลัย

Ice Stupa เจดีย์น้ำแข็งกู้ภัยแล้งแห่งเทือกเขาหิมาลัย

ท่ามกลางภูมิประเทศที่แห้งแล้งราวกับทะเลทรายบนที่ราบสูงของภูมิภาคลาดัค (Ladakh) ประเทศอินเดีย ซึ่งตั้งอยู่บนความสูงกว่า 3,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ชาวบ้านที่นี่ต้องเผชิญกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ธารน้ำแข็งธรรมชาติที่เคยละลายเป็นน้ำหล่อเลี้ยงชุมชนในช่วงเริ่มต้นฤดูเพาะปลูกกลับหดตัวลงอย่างรวดเร็วและละลายช้าลงเรื่อยๆ จนทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำอย่างวิกฤตในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการปลูกข้าวบาร์เลย์และพืชผลต่างๆ

ได้เกิดนวัตกรรมที่ผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และศรัทธาเข้าด้วยกัน สิ่งนั้นเรียกว่า “Ice Stupa” หรือ เจดีย์น้ำแข็ง ค่ะ

เจดีย์น้ำแข็ง เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

นวัตกรรมนี้ถูกคิดค้นขึ้นในปี 2013 โดย โซนัม วังชุก (Sonam Wangchuk) วิศวกรและนักปฏิรูปการศึกษาชาวลาดัค วังชุกสังเกตเห็นว่าปัญหาคือน้ำไหลผิดเวลา น้ำจากหิมะละลายจำนวนมากไหลทิ้งไปอย่างไร้ประโยชน์ในช่วงฤดูหนาว เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ในขณะที่ชาวบ้านต้องการน้ำในฤดูใบไม้ผลิ

เขาจึงสร้างธารน้ำแข็งประดิษฐ์ที่มีรูปทรงคล้าย “สถูป” หรือเจดีย์ในพุทธศาสนาธิเบต ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณของคนที่นี่ เพื่อเก็บน้ำในฤดูหนาวให้อยู่ในรูปของน้ำแข็งบนพื้นที่ราบต่ำ ใกล้กับหมู่บ้าน

หลักการทำงานของ “เจดีย์น้ำแข็ง”

หลักการทำงานของ Ice Stupa นั้นเรียบง่ายเพราะไม่ใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องจักรกลใดๆ แต่ใช้เพียง “แรงโน้มถ่วง” และ “ฟิสิกส์พื้นฐาน” ค่ะ นั่นคือ

  1. ชุมชนจะต่อท่อจากธารน้ำแข็งชั้นบนที่ยังไหลอยู่ลึกลงมายังหมู่บ้านที่อยู่ต่ำกว่า ความต่างของระดับความสูงทำให้เกิดแรงดันน้ำมหาศาลภายในท่อ
  2. เมื่อท่อน้ำมาถึงจุดสร้างสถูป ท่อจะถูกตั้งขึ้นฟ้าเหมือนน้ำพุ แรงดันจะดันให้น้ำพุ่งกระจายตัวออกมาเป็นละอองน้ำขนาดเล็กในอากาศ
  3. ในช่วงฤดูหนาวที่ลาดัค อุณหภูมิจะดิ่งลงต่ำถึง -20 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่านั้น เมื่อละอองน้ำสัมผัสกับอากาศที่หนาวจัด มันจะแข็งตัวทันทีและตกลงมาสะสมกันจนกลายเป็นทรงกรวยคว่ำ
    เหตุผลที่ต้องทำเป็นทรงกรวยสูงคล้ายเจดีย์เป็นเรื่องของ พื้นที่ผิวสัมผัส ทรงกลมหรือทรงกรวยสูงจะมีพื้นที่ผิวสัมผัสที่ปะทะกับแสงแดดน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับปริมาตรน้ำแข็งทั้งหมด ทำให้ละลายช้ากว่าการเก็บน้ำแข็งแบบราบเรียบ เจดีย์น้ำแข็งที่มีความสูงราว 30-50 เมตร จึงสามารถสู้แสงแดดอยู่ได้จนถึงช่วงกลางฤดูร้อน เมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนเมษายน แสงอาทิตย์เริ่มแรงขึ้น Ice Stupa จะค่อยๆ ละลายจากด้านนอกเข้าสู่ด้านใน ปล่อยหยดน้ำสะอาดให้ไหลรินลงสู่ระบบชลประทานของหมู่บ้านอย่างสม่ำเสมอ สถูปน้ำแข็งหนึ่งองค์ที่มีความสูงประมาณ 30 เมตร สามารถกักเก็บน้ำได้มากกว่า 3-4 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอต่อการรดน้ำต้นไม้ และชุบชีวิตไร่นา

ความสำเร็จของ Ice Stupa ทำให้ โซนัม วังชุก ได้รับรางวัล Rolex Awards for Enterprise ในปี 2016 และกลายเป็นโมเดลต้นแบบ ไม่เพียงแต่ในลาดัคเท่านั้นที่มีการสร้างเจดีย์น้ำแข็ง แต่เทคโนโลยีนี้ได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่เทือกเขาสูงอื่นๆ ที่ประสบปัญหาคล้ายกัน เช่น ในเทือกเขาแอนดีส ประเทศเปรู รวมถึงพื้นที่แถบเทือกเขาแอลป์ในยุโรป เช่น สวิตเซอร์แลนด์ ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก icestupa.org